ประเพณีนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์

ความเป็นมาของประเพณี
               งานเทศกาลนมัสการ(ไหว้)พระแท่นศิลาอาสน์ ตามบันทึกงานเทศการมีมา ตั้งแต่ พ.ศ.๓๐๖ โดยมีการจัดงาน สมโภชอย่างยิ่งใหญ่ มีร้านค้า ของพื้นเมือง (ลับแล, ศรีสัชนาลัย) ของที่ระลึก มหรสพ

               จากการตรวจสอบรายชื่อผู้บริจาคเงินในงานเทศกาล บางปีมีคนมาถึง ๓๕ จังหวัด บางปีมี ๔๕ จังหวัด แต่ไม่เคยน้อยกว่า ๓๔ จังหวัด ประเพณี ทำบุญไหว้พระแท่นศิลาอาสน์มีมานานหลายชั่วอายุ คนแล้ว มีผู้มาสักการะบูชา ทั้งในเทศกาลและนอกเทศกาลตลอดปี พุทธศาสนิกชนมีความเชื่อว่า การได้มา สักการะบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ จะ ได้รับอานิสงส์สูงสุด นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหากได้มานมัสการพระแท่น 3 ครั้งจะได้ขึ้นสวรรค์ พุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธา จะขวนขวายมานมัสการให้ไดครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ตอนเหนือจงหวัดอุตรดิตถ์ จะพยายามเดินทางมานมัสการ พระ แท่นศิลาอาสน์ แม้ว่าหนทางจะ ทุรกนดารเพียงใดก็ไม่ย่อท้อถ้อย และ เห็นว่าเป็นการได้สร้างบุญกุศลที่มีค่า ควรแก่การมานมัสการ

 

 กำหนดงาน

               วันขึ้น ๘ ค่ำ ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปีหรือเรียกว่า “เทศกาลมาฆบูชา”

ลักษณะการจัดงาน
              ก่อนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านมาประชุมกัน และมีการตกลงกันจัดเตรียมสถานที่ เช่น กั้นเขต มุงหลังคา ล้างศาลาเตรียมต้อนรับพระเณรที่มาจากท้องถิ่นอื่น เตรียมล้างห้องน้ำ ซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด เป็นต้น พระเณรที่มาร่วมงานมาจากวัดหนองปลาดุก วัดบรรลือธรรม วัดปงคา จังหวัดอยุธยา วัดเจดีย์ทอง วัดบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก พระเรณจังหวัดราชบุรี ชลบุรี และนนทบุรี ฯลฯ

              ก่อนวันงาน 1 วัน เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ จะนิมนต์พระสงฆ์ทุกรูปที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ มาประชุมพร้อมกัน และทำการมอบหมายภารกิจ หน้าที่ที่มีอยู่ตามจุดต่างๆ ของการจัดงานประเพณี ได้แก่ หน้าที่การให้ศีลให้พร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นต้น

             ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ จะพากันมาจับจองที่คนละ 1-2 วา เพื่อตั้งร้านขายของรวมไปถึงจับจองสถานที่ตั้งโรงมหรสพ

             สำหรับชาวตำบลทุ่งยั้ง และชาวบ้านลับแลจำนวนหนึ่งยังคงรักษาธรรมเนียม ประเพณีอย่างหนึ่งอย่างแน่นแฟ้น คือ พากันไปจับจองที่ดินในบริเวณวัดตามใต้ต้นไม้ใหญ่ หน้ากว้างคนละ 2-3 วา จัดเป็นที่ขายสำรับ (สำรับอาหาร) ทำเป็นเพิงกั้นรั้วปูเสื่อไว้ยาวเหยียด เพื่อรับประทานอาหาร และซื้ออาหารไปทำบุญ มีทั้งอาหารคาวหวาน ด้านในจัดไว้เป็นที่พักแบบปูเสื่อนอนกลางแจ้ง

             พิธีการที่สำคัญ คือ ทุกร้านจะจัดคนไปรออยู่ที่ทางขึ้นหน้าวัด เมื่อคนเดินทางมาถึงวัดด้วยพาหนะใดๆ หรือเดินเท้ามา ก็จะพากันเจ้าไปต้อนรับชี้แจงให้ทราบวัตถุประสงค์ของการมารอรับ เมื่อตกลงกันแล้วก็จะหิ้วของพาไปที่เพิงพักของตน เท่านั้น โดยเฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ ประชาชนจะหลั่งไหลมารวมกัน ณ บริเวณวัดแน่นขนัดไปหมดจนเกือบไม่มีทางเดิน เพื่อจัดสำรับทำบุญ

ข้อมูลอ้างอิง  :  http://uttaraditkm.com/index.php/home/k2-categories/culture-of-uttaradit/item/197-2015-05-28-21-38-39